ยิ้มแล้วหน้าย่นทำยังไง วิธีแก้หน้าเหี่ยว หน้าแก่ก่อนวัย

ยิ้มแล้วหน้าย่นทำยังไง?

ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น เมื่อแสดงสีหน้าทั้งยิ้มและหัวเราะ เป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะในบางครั้งก็สร้างความลำบากใจและส่งผลให้ความมั่นใจอย่างมาก วันนี้หมอจะมาบอกต้นเหตุของปัญหาริ้วร้อย หน้าเหี่ยว ดูแก่ก่อนวัย พร้อมวิธีแก้ปัญหาให้ฟังกันค่ะ

ยิ้มแล้วหน้าย่นทำยังไง

ปัญหายิ้มแล้วหน้าย่น ริ้วรอย หน้าเหี่ยวเกิดจากอะไร?

รอยย่นหรือ ริ้วรอยที่มักปรากฏบนใบหน้า เช่น ริ้วรอยใต้ตา ร่องแก้ม หน้าผาก ที่มักแสดงตัวออกมาเวลายิ้มหรือหัวเราะเป็นส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น …

  • ปัจจัยด้านอายุ เนื่องจากคอลลาเจนถูกผลิตได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น
  • ตากแดดบ่อยๆ ทำให้ชั้นผิวสูญเสียกิดจากคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ขาดความตึง กระชับ
  • ภาวะความเครียดสะสม
  • อดนอน นอนดึกบ่อยๆ
  • ผิวแห้ง เพราะขาดการบำรุง
  • ดื่มน้ำน้อย
  • ติดของหวาน ไม่ค่อยทานผักและผลไม้
  • เช็ดหน้าแรงๆ หรือ ขัดผิว สครับผิวแรงเกินไป
  • สูบบุหรี่จัด
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์บ่อยๆ

วิธีแก้ไข หน้าย่น ริ้วรอยก่อนวัยได้ที่ดีสุด

1.ทาครีมกันแดด

เนื่องจากแสงยูวีนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผิวแก่ หน้าเหี่ยว ยิ้มแล้วย่นอันดับต้นๆ เพราะแสงยูวีจะเข้าไปทำลายชั้นผิวทำให้หน้าขาดความยืดหยุ่น และหลายๆ คนมักจะเข้าใจว่าต้องออกแดดเท่านั้นถึงค่อยทา ความจริงแล้วไม่จริงเลยค่ะ เพราะนั่งอยู่ในบ้านหรือในร่มก็มีโอกาสถูกรังสียูวีได้ ดังนั้นควรทาครีมกันแดดทุกวัน และหากต้องตากแดดเป็นเวลานานควรพกครีมกันแดดไปเติมทุก 2 ชั่วโมงด้วยนะคะ 

2.ล้างหน้าให้สะอาด

สาวๆ หลายคนมักจะให้ความใส่ใจด้านทำความสะอาดใบหน้าน้อยกว่าและมักจะคิดว่าล้างแค่โฟมล้างหน้าก็เพียงพอแล้ว ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆๆๆ ค่ะ เนื่องจากทำให้ผิวอุดตัน ทาครีมบำรุงก็ยากเพราะสารบำรุง วิตามินดีๆ ก็ไม่ซึมเข้าไปได้ ทำให้ผิวไม่ได้รับการบำรุง ดังนั้นสำหรับสาวๆ ที่แต่งหน้า ควรจะเช็ดเครื่องสำอางออกก่อนด้วยคลีนซิ่งล้างเครื่องสำอางก่อน และหลังล้างหน้าเช็ดซ้ำด้วยดทนเนอร์เพื่อเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าแบบนี้จะดีที่สุดเลยค่ะ 

3.วิธีผ่อนคลาย

เนื่องจากความเครียดเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นสำหรับใครที่ทำงานหนักๆ เครียดสะสมเป็นประจำควรจะหาวิธีผ่อนคลายบ้าง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทำกิจกรรมที่ชอบ

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

หากไม่อยากหน้าแก่ มีริ้วรอยก่อนวัย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีมากๆ ค่ะ โดยวันหนึ่งนั้นควรนอนหลับไม่น้อยกว่า 6-8 ชั่วโมง และไม่ควรจะนอนดึกเกินไปด้วยค่ะ

5.ดื่มน้ำเยอะๆ 

หลายๆ คนมักจะติดนิสัยดื่มน้ำน้อย หรือ บางทีดื่มเยอะแหละ แต่ติดดื่ม ชา กาแฟ ชาไข่มุก น้ำอัดลมวันละหลายๆ แก้ว ใครที่มีพฤติกรรมนี้อยู่ต้อง หยุดเลย !! เพราะเครื่องดื่มเหล่านั้นเต้มไปด้วยน้ำตาลที่เป็นศัตรูต่อผิว ส่งผลให้ผิวแห้วเหี่ยว ริ้วรอยก่อนวัยถามหา ดังนั้นควรดื่มเครื่องดื่มสุขภาพอย่าง น้ำเปล่าวันละ 8 แก้ว หรือไม่น้อยกว่า 2 ลิตรต่อวันจะดีกว่า และหากเป็นคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า เพราะไม่ชอบรสชาติจืดๆ หมอโบแนะนำให้ลองใส่เลมอนหั่นแว่น ส้ม หรือเมลอนลงไปจะช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติผลไม้อ่อนๆ ทำให้ทานง่ายขึ้นด้วยค่ะ  

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา หมอโบ รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา หมอโบ

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา หมอโบ

6..ฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถช่วยให้สวยอย่างรวดเร็วทันใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือ ต้องการออกงานที่จำเป็นต้องใช้ความมั่นใจแบบเร่งด่วน ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์นั้นก็เป็นวิธีที่หลายคนนิยมกันมากๆ แต่หมอโบแนะนำว่า ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาก่อน และควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อป้องกันผลข้างเคียงหลังฉีดที่อาจจะเกิดขึ้น หากหมอไม่มีความเชี่ยวชาญพออาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที หรืออาจจะฉีดแล้วทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อนเป็นลำเพราะฉีดผิดตำแหน่งได้ นอกจากนี้ควรเลือกฟิลเลอร์แท้ ไม่ควรเลือกฟิลเลอร์ที่ราคาถูกเกินไป เพราะอาจจะเสี่ยงเจอฟิลเลอร์ปลอมได้ค่ะ 

อ่านรีวิวคนไข้คนอื่นๆ ของหมอโบ เดอโบคลินิกได้ที่นี่

อ่านบทความที่น่าสนใจได้ที่นี่

ขอบตาดำเพราะภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้ จมูกอักเสบ ทำยังไงดี?

ร่องแก้มลึก แก้ริ้วรอยร่องแก้ม แก้มหย่อนคล้อยด้วยฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วันหาย และต้องทำอย่างไร ให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานๆ

นัดหมาย หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

Line : @debeauclinic
☎️ : 097 426-6956 หรือ 097 429-5645

ฉีดฟิลเลอร์ หมอโบ เดอโบคลินิก (De Beau Clinic) ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์แท้

หมอโบ หรือ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การดูแลคนไข้ด้านความงามมากกว่ากว่า 15 ปี ศึกษาจบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็กลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และเมื่อสะสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 9 ปี ก็มาเปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” (de beau clinic) ซึ่งหมอโบเองก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีคนไข้แวะเวียนเข้ามา รีวิวบอกกันปากต่อปากถึงความละเอียดของหมอโบว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!”

สำหรับฟิลเลอร์ที่หมอใช้ก็เป็นฟิลเลอร์จากยุโรบแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยเท่านั้น รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองที่ #ยืนหนึ่ง ในวงการฟิลเลอร์ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า จะ “สวยมากเสี่ยงน้อย” หากใครมีปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรืออยากปรับรูปหน้าสามารถปรึกษาหมอโบได้นะคะ หมอยินดีดูแลเองทุกเคสค่ะ