ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ข้อแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละชนิด มีอะไรบ้าง

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? เป็นคำถามที่หลายคนต้องการทราบมากที่สุด เนื่องจากในท้องตลาดยุคปัจจุปันมีการโฆษณาของฟิลเลอร์ตัวนั้น ตัวนี้ มีคนรีวิวมากกมาย บางก็ว่า ยี่ห้อนี่ดี ยี่ห้อนั่นสวย จนทำให้มีคนไข้หลายคนรู้สึกลังเลว่า ตัวเองควรจะเลือกฟิลเลอร์ยี่ห่อไหนดีที่สุด วันนี้หมอโบจะมาไขข้อสงสัยนั่นเองค่ะ

ฟิลเลอร์ Filler คืออะไร?

ก่อนที่จะไปถึงคำถามที่ว่า “ฟิเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด?” หมอโบขออนุญาตเสริมให้ก่อนว่าฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ข้อแตกต่างของฟิลเลอร์แต่ละชนิด มีอะไรบ้าง

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเติมเต็มเพื่อแก้ไขปัญหาร่องลึกหรือบริเวณที่ขาด VOLUME บนใบหน้า ได้แก่ ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ขมับตอบ แก้มตอบ คางสั้น ริมฝีปากบาง หลุมสิว เส้นรอบลำคอ และหลังมือ เป็นต้นปัจจุบันฟิลเลอร์ที่เราใช้แก้ไขปัญหาดังกล่าว มีเพียงชนิดเดียวที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) คือ HA FILLER หรือ ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นสารที่มีลักษณะคล้ายเจล มีความคงตัวสูง สังเคราะห์จากน้ำตาลโมเลกุลเชิงซ้อนที่ให้โครงสร้างคล้ายกับคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เมื่อฉีดเข้าไปแล้วให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนห้อยย้อย และที่สำคัญสามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ให้กลับมามีสุขภาพดีได้อีกด้วย

FILLER ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย ได้แก่ ยี่ห้อ JUVEDERM , RESTYLANE, BELOTERO, PERFECTHA, NEURAMIS

ฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย คืออะไร

สำหรับฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยที่สุดตอนยุคปัจจุปันก็คือ ฟิลเลอร์ประเภท hyaluronic acid เท่านั้น เพราะได้รับอนุญาตจาก FDA (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) เป็นสารเติมเต็มที่มีผลข้างเคียงน้อยมากสามารถสลายได้เองทำให้คนไข้ไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างภายในร่างกาย และหากฉีดออกมาไม่ชอบหรือมีปัญหาก็สามารถฉีดสลายออกได้หมดโดยใช้เอ็นไซม์ HYALURONIDASE ย่อยสลาย เพื่อสลายออก คุณสมบัติพิเศษของฟิลเลอร์ชนิดนี้นั้นแตกต่างจากฟิลเลอร์ชนิดกึ่งถาวรและถาวรที่ไม่สามารถสลายเองได้ หากไม่ต้องการจำเป็นจะอาศัยการผ่าหรือขูดออก ดังนั้นจึงทำให้ฟิลเลอร์ชนิด hyaluronic acids มีราคาที่แพง เพราะปลอดภัยมากที่สุด

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด

1.ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Neuramis 

เป็นฟิลเลอร์ใหม่สัญชาติเกาหลี ราคาน่ารักสบายกระเป๋าผลิตโดยคือ บริษัท medytox ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิต botox ยี่ห้อที่เรารู้จักกันดี คือ Neuronox นั่นเอง ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Neuramis รุ่นที่ได้รับอย.ไทย คือรุ่น deep แบบที่ไม่มียาชา (หากคนไข้พบฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้ รุ่นอื่นๆ ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนได้เลยนะคะว่า อาจจะเป็นของปลอม) และด้วยความที่ยี่ห้อนี่เขาไม่มียาชามาให้ทำให้เวลาฉีดอาจจะเจ็บกว่ายี่ห้ออื่นนิดนึง (แต่ความเจ็บนี้จะแก้ได้ด้วยการทายาชาและเทคนิคการฉีดของแพทย์ค่ะ ถ้าแพทย์เชี่ยวชาญพอก็จะไม่ค่อยเจ็บ) สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน (แล้วแต่บุคคล) เหมาะสำหรับใช้ฉีดบริเวณร่องแก้ม ขมับ และคาง

2.ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Restylane

สำหรับฟิลเลอร์ยี่ห้อนั้น Restylane สัญชาติสวีเดนที่มีความปลอดภัยสูงเพราะมีส่วนประกอบสำคัญที่ใกล้เคียงกับไฮยารูลอนิกแอซิดที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ จึงทำให้เกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงน้อยมากกกก นิยมนำมาฉีดได้หลายบริเวณ ถูกจดทะเบียนรับรองความปลอดภัยกับ อย.ไทยหลายรุ่นค่ะ เช่น

  • Restylane Perlane Lyft : มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อฟิลเลอร์คงตัวสูง ย่อยสลายได้เองและสามารถฉีดใหม่ได้เรื่อยๆ นิยมนำมาฉีดบริเวณใต้ตา จมูกได้ และแก้ม สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
  • Restylane Defyne : มีส่วนผสมของยาชาเช่นกัน เนื้อฟิลเลอร์เนื้อแข็งคล้ายเจล เหมาะสำหรับใช้ฉีดริ้วรอยลึก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ฉีดเสริมโหนกแก้ม สามารถอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
  • Restylane Vital : รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิลเลอร์โมเลกุลเล็กเหมาะสำหรับใช้ฉีด เช่น บริเวณใต้ตา หรือบริเวณหน้าผาก สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน
  • Restylane Vital Light : รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้เจลโมเลกุลเล็ก มีความนิ่มเหมาะแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา และเติมฟิลเลอร์ปาก สามารถอยู่นานประมาณ 4-6 เดือน
  • Restylane Volyme : มีส่วนผสมของยาชา เหมาะสำหรับใช้สำหรับแก้ปัญหาแก้มตอบ สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-15 เดือน
  • Restylane Refyne : มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์คล้ายเจลมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยลึกบริเวณแก้มหรือปาก เช่น ร่องลักยิ้ม ร่องมุมปาก สามารถอยู่นานประมาณ 12 เดือน
  • Restylane รุ่นนี้ไม่มีส่วนผสมของยาชา เป็นฟิเลอร์โมเลกุลใหญ่เน้นการฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยที่มีปัญหาปานกลาง-มาก เช่น ร่องแก้ม ร่องขมวดคิ้วเป็นต้น สามารถอยู่นานประมาณ 18 เดือน
  • Restylane SubQ : เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่นและหนักที่สุดในทุกๆ รุ่นของยี่ห้อนี้ มีคุณสมบัติให้การฟื้นฟูบริเวณผิวที่มีปัญหาหนักมากๆ แต่รุ่นนี้มักจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรในหมู่คนไข้ เนื่องจากเวลาฉีดจำเป็นจะต้องใช้เข็มปลายทู่ และเวลาฉีดจะเจ็บมากๆ เพราะเนื้้อยาแข็งมากค่ะ

3. ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Juvederm 

แบรนด์อเมริกาเที่ได้รับความนิยมสูงมาก มีมาตรฐานคุณภาพสูง จุดเด่นของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้คือมีส่วนผสมของ LIDOCAINE ซึ่งเป็นยาชาชนิดหนึ่งที่นอกจากจะช่วยลดความเจ็บแล้วยังช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายขณะฉีดอีกด้วย แก้ปัญหาได้หลากหลายจุด มีหลายรุ่น คือ 

  • Juvederm VOLUMA  คุณสมบัติพิเศษของรุ่นนี้คือ เนื้อฟิลเลอร์จะมีความเนื้อเจลมีความหนาแน่นและคงตัวได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปจะทำให้ผิวเรียบเนียน ยกกระชับใบหน้า ไม่บวม ไม่ช้ำ เห็นผลเร็วทันทีที่ฉีด เหาชมาะสำหรับฉีดบริเวณขมับ แก้ม คาง และการปรับรูปหน้า สามารถอยู่นานประมาณ 24 เดือน

  • Juvederm VOLIFT เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มปานกลาง ไม่ไหลง่าย นิยมใช้ฉีดเพื่อเติมร่องลึกต่างๆ เช่น ขมับ ร่องน้ำหมาก ทำปากเป็นรูปกระจับ สามารถอยู่นานประมาณ 18 เดือน

  • Juvederm VOLBELLA  เนื้อฟิลเลอร์ให้ความสัมผัสคล้ายเจลนิ่มๆ  เหมาะสำหรับการฉีดแก้ไขบริเวณที่มีปัญหาไม่เยอะ หรือมีริ้วรอยบางๆ เช่น ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณใต้ตา ฉีดเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ริมฝีปาก สามารถอยู่นานประมาณ 12 เดือน

  • Juvederm ULTRA XC เนื้อฟิลเลอร์นิ่ม เหมาะสำหรับใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกๆ เช่น ขมับ แก้ม ริ้วรอยลึก คาง และจมูก สามารถอยู่นานประมาณ 12 เดือน

  • Juvederm ULTRA PLUS XC เนื้อฟิลเลอร์คล้ายเจลมีความแน่นสูง นิยมใช้ปรับบริเวณที่ต้องการความอิ่มฟูเยอะๆ เช่น ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม คาง และปรับรูปหน้าเพราะให้ผลลัพธ์ที่สวยดูเป็นธรรมชาติ สามารถอยู่นานประมาณ 24 เดือน

  • Juvederm VOLITE   จุดเด่นของรุ่นนี้คือ เนื้อฟิลเลอร์มีความบางเบาสูง เมื่อฉีดเข้าไปแล้วส่งผลให้บริเวณที่ฉีดมีความชุ่มชื่น ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี ลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนเล็กลง และยยังสามารถฉีดเข้าไปได้ลึกถึงผิวชั้น Dermis อีกด้วย เหมาะสำหรับฉีดแก้ไขผิวหน้า ลำคอ เนินอก และหลังมือ สามารถอยู่นานประมาณ 9 เดือน

4.ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Perfectha

ฟิลเลอร์สัญชาติฝรั่งเศส เป็นฟิลเลอร์สารเติมเต็มไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) สามารถอุ้มน้ำได้ดี มีปริมาณ HA (Hyaluronic Acid) เข้มข้นสูง ทำให้คงอยู่ได้ยาวนาน สวยเป็นธรรมชาติ และจุดเด่นของยี่ห้อนี้คือ มีการกำจัดสารกระตุ้นการก่อมะเร็งสูง เหมาะสำหรับใช้แก้ไขปรับรูปหน้าให้มีความอ่อนวัย หน้าเด็ก เป็นที่นิยมของชาวเอเชียทั้งประเทศไทย ประเทศจีน และประเทศเกาหลี

  • Perfectha Subskin นิยมฉีดแก้ไขบริเวณคางและขมับ สามารถอยู่นานประมาณ 12-18 เดือน
  • Perfectha Deep นิยมใช้เติมบริเวณที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม เติมคาง ยกมุมปาก ริมฝีปาก สามารถอยู่นานประมาณ 8-12 เดือน
  • Perfectha Derm นิยมฉีดเติมริ้วร่องคิ้ว มุมปาก และริมฝีปาก สามารถอยู่นานประมาณ 6-12 เดือน
  • Perfectha Complement นิยมใช้เติมริ้วรอยที่ตื้นๆ ไม่ลึกมาก สามารถอยู่นานประมาณ 4-6 เดือน

5. ฟิลเลอร์ ยี่ห้อ Belotero Filler

ฟิลเลอร์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่มีจุดเด่น คือ กล่องจะมีสีสันสดใสบ่งบอกรุ่นแต่ละสูตรทำให้จดจำได้ง่าย มีส่วนประกอบสำคัญจาก Hyaluronic acid-HA และยังมีคุณสมบัติเป็นฟิลเลอร์ที่มีสารอุ้มน้ำทดแทนคอลลาเจนธรรมชาติบนใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดให้ความสวยงามดูเป็นธรรมชาติ เข้ารูปเร็ว ทุกรุ่นจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน (แล้วแต่บุคคล) มีหลายรุ่นเช่นเดียวกันคือ 

  • สีเหลือง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยบริเวณผิวชั้นนอก เช่น รอยตีนกา หน้าผาก ร่องลึกใต้ตา
  • สีส้ม เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยลึกปานกลาง เช่น ร่องระหว่างคิ้ว ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก
  • สีชมพู เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาร่องลึกมากๆ หรือมีปัญหามากๆ เช่น ร่องแก้มลึก แก้มตอบ หรือฉีดเพื่อเติมรีมฝีปากให้อวบอิ่มแบบสายฝอ
  • สีม่วง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาใบหน้าเพื่อปรับโครงสร้างของใบหน้า หรือผิวที่ไร้ความยืดหยุ่น เช่น บริเวณขมับ คาง และแก้ม 

วิธีสังเกต ฟิลเลอร์ของปลอม

ดังนั้น ฟิลเลอร์ปลอมที่หลายคนพลาดไปฉีดกันก็คือ ซิลิโคนเหลว นี่แหละค่ะ ซึ่งต้องบอกว่าหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชนิดเดียวกันกับฟิลเลอร์อยู่ทำให้พลาดไปฉีดกัน ในบางรายก็เกิดจากความไม่รู้จริงๆ เพราะถูกหลอกให้หลงเชื่อว่าเป็นของแท้ เพราะฟิลเลอร์ของปลอมเหล่านี้จะมีการเลียนแบบทำแพกเกจกล่องเหมือนของแท้แบบเป๊ะๆ ขนาดแกะกล่องออกมาขวดบรรจุฟิลเลอร์ยังทำเหมือนกันเลยค่ะ แต่ข้างในสารกึ่งซิลิโคนไม่ใช่สาร HA (Hyaluronic Acid) ซึ่งผลก็คือหากฉีดเข้าไปไม่ย่อยสลาย หากไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ ก็อาจจะหลงเชื่อได้ ดังนั้นหมอจะมาสอนวิธีให้สังเกตกันง่ายๆ ว่า จับผิดฟิลเลอร์ของปลอมทำยังไง??

ฟิลเลอร์ปลอม หรือ ฟิลเลอร์แท้ดูยังไง

1.ราคา

หากจะดูว่าฟิลเลอร์ตัวนั้นปลอมหรือแท้ให้สังเกตที่ “ราคา” ก่อนเป็นอันดับแรกเลย หากพบว่าราคาถูกมากเกินไปให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะว่า ฟิลเลอร์นั้นอาจจะเป็นของปลอม ดังนั้นคนไข้จึงไม่ควรเห็นแก่ของที่มีราคาถูกมากเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ปลอดภัยเเล้วยังเสี่ยงอันตรายจากการเจอฟิลเลอร์ของปลอมอีกด้วย

2. ฉลากภาษาไทย

ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อที่จะที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย จะมีฉลากภาษาไทยระบุรายละเอียดของสินค้าติดไว้ทั้งราคาและวันหมดอายุอย่างชัดเจนที่ข้างกล่อง รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับสารฟิลเลอร์นั้นๆ หากฟิลเลอร์ชนิดไหน ไม่มีฉลากภาษาไทยในส่วนนี้ระบุอยู่ ก็อาจจะเสี่ยงเป็นของปลอมได้

3. มาตรฐานความปลอดภัย

ฉลากของฟิลเลอร์ของแท้นั้นจะมีการระบุถึงมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยจาก อ.ย. ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นหากคุณต้องการฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัยและเกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มี อย. (องค์การอาหารและยา) รับรองจะดีที่สุด โดยฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย ทั้งหมดจะมียี่ห้อดังนี้ คือ  JUVEDERM , RESTYLANE, BELOTERO, PERFECTHA, NEURAMIS

4.ฟิลเลอร์ตามอินเตอร์เน็ต

เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นยาควบคุม ซึ่งตามปกติจะไม่มีขายตามร้านขายยาหรือร้านค้าทั่วไปโดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ต ในการสั่งซื้อยา ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น และต้องยื่นหลักฐานหลายอย่างประกอบกัน อาทิเช่น ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาล ดังนั้นฟิลเลอร์ที่ขายในอินเทอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ไม่ควรซื้อมาเลย เพราะว่าเสี่ยงเป็นฟิลเลอร์ของปลอมมาก ซึ่งแม้หลายคนจะมีการแชร์วิธีการจับโป๊ะกันในโซเชียลกับวิธีในการสังเกตว่า “แท้ไม่แท้” กันมากมายหลายวิธี แต่หมอบอกเลยค่ะว่า เป็นส่วนนึงเท่านั้นเองเพราะ ของปลอมนั้นมีการดัดแปลงเหมือนมาก ต้องอาศัยแพทย์ที่มีการเชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์เท่านั้นค่ะ ถึงจะสามารถแยกแยะได้ ดังนั้นไม่ควรซื้อฉีดเองนะคะ

5.ผู้แอบอ้างเป็นแพทย์

ที่น่ากลัวกว่ายิ่งกว่าฟิลเลอร์ของปลอมก็คือ การฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มโดยผู้ที่แอบอ้างเป็นแพทย์หรือภาษาที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง หมอกระเป๋าหรือหมอปลอม ต้องบอกเลยนะคะว่า เป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ เลย เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการใช้ฟิลเลอร์ของปลอมที่ไม่ย่อยสลายแล้ว ยังมีเรื่องของเทคนิคเฉพาะทางที่จำเป็นต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ฉีดให้เท่านั้น เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นจำเป็นต้องฉีดในจุดที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนมากๆ จเช่น บริเวณรอบดวงตา ดันนั้นหากฉีดผิดจุดไปอาจจะทำให้ผิวไม่เรียบเนียน ไปจนถึงอาจเสี่ยงต่อการอักเสบอีกด้วย

6.แกะกล่องให้เห็นหรือไม่?

ในสถานประกอบการณ์หรือผู้แอบอ้างแพทย์บ้างรายอาจจะใช้ฟิลเลอร์แท้ให้การให้บริการ แต่จะใช้วิธี “การแบ่งใช้” คือ ในฟิลเลอร์ 1 กล่องอาจจะแบ่งใช้สำหรับลูกค้า 2 หรือ 3 คน ซึ่งการแกะเปิดกล่องใช้ฟิลเลอร์นั้นไม่ควรที่จะเก็บไว้ใช้อีกเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง เพราะฟิลเลอร์นั้นจำเป็นจะต้องสดใหม่ เปิดแล้วควรทิ้งไม่ควรเก็บมาใช้อีก และนอกจากนี้การไม่แกะกล่องให้เห็นต่อหน้าอาจจะเป็นไปได้ว่า สถานประกอบการณ์หรือผู้ฉีดนั้นอาจจะ “เล่นตุกติก” นำฟิลเลอร์ปลอม (ที่ซื้อมาราคาถูก) มาย้อมแมวขายโดยใส่ในหลอดเดิม (หรือกล่องเดิม) เพื่อหลอกว่าเป็นของแท้ก็ได้ ซึ่งทางเดอโบคลินิกนั้น หมอจะใส่ใจเรื่องความมั่นใจของคนไข้ทุกคนเลยค่ะ ซึ่งในทุกๆ เคสนั้นหมอจะทำการเปิดฟิลเลอร์กล่องใหม่ “ต่อหน้า” คนไข้ก่อนฉีดทุกคนเพื่อให้มั่นใจได้เลยว่า เป็นของแท้ไม่ย้อมแมวแน่นอน

สิ่งที่ควรระวังสำหรับคนที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์

  • ต้องไม่เคยมีประวัติแพ้ฟิลเลอร์
  • ไม่มีประวัติแพ้ยาชา
  • ไม่มีภาวะเลือดไหลไม่หยุด
  • อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก หากมีตุ่มน้ำใสบริเวณริมฝีปาก หรือเป็นเริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ตนเอง หรือ SLE ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ในกรณีที่ยังอยู่ในช่วงรับการรักษาตัวหรือโรคยังกำเริบอยู่ ไม่แนะนำให้เข้ารับการบริการ
  • ผู้ที่มีภาวะฟันผุ ติดเชื้อในช่องปาก ควรรักษาให้หายโดยทันตแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

ดูแลตัวเอง “หลัง” ทำการฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด เช่น การจับ การแตะ การเกา การกด โดยเฉพาะจุดที่มีรอยช้ำ เพราะอาการดังกล่าวจะหายไปเองภายใน 7 วัน หากไม่ดีขึ้นต้องกลับมาพบแพทย์ค่ะ
  • อยู่ให้ห่างกับความร้อนทุกชนิด อย่างน้อย 48 ชม.หลังทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดดหนักๆ แต่คนไข้สามารถอยู่ในห้องในอุณหภูมิปกติ ไม่ต้องเปิดแอร์ได้ค่ะ
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 7 วัน
  • งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง อาหารแสลงหรืออาหารดิบ เช่น ปูเค็ม ปลาร้า แหนม ปลาดิบ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดนวดหน้า ทรีทเมนท์ และเลเซอร์ผิวหน้า อย่างน้อย 1 เดือน

อ่านรีวิวคนไข้คนอื่นๆ ของหมอโบ เดอโบคลินิกได้ที่นี่

ทำไมต้อง หมอโบ เดอโบคลินิก

ฉีดฟิลเลอร์ หมอโบ เดอโบคลินิก (De Beau Clinic) ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์แท้

หมอโบ หรือ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การดูแลคนไข้ด้านความงามมากกว่ากว่า 15 ปี ศึกษาจบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็กลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และเมื่อสะสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 9 ปี ก็มาเปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” ( de beau clinic) ซึ่งหมอโบเองก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีคนไข้แวะเวียนเข้ามา รีวิวบอกกันปากต่อปากถึงความละเอียดของหมอโบว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!”

สำหรับฟิลเลอร์ที่หมอใช้ก็เป็นฟิลเลอร์จากยุโรบแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยเท่านั้น รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองที่ #ยืนหนึ่ง ในวงการฟิลเลอร์ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า จะ “สวยมากเสี่ยงน้อย” หากใครมีปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรืออยากปรับรูปหน้าสามารถปรึกษาหมอโบได้นะคะ หมอยินดีดูแลเองทุกเคสค่ะ

อ่านบทความที่น่าสนใจได้ที่นี่

ฟิลเลอร์โมเลกุลใหญ่ VS เล็ก ทำหน้าที่ต่างกันยังไง ?

6 อันตรายจาก หมอกระเป๋า เตือนภัยสวยไวราคาถูก หมอปลอมทำหน้าพัง

เคล็ดลับ สวยฉบับเร่งด่วน กู้ตาโทรม ดำคล้ำ ไม่กระชับ ภายใน 1 วัน