ฉีดแฟตเหนียง ผลข้างเคียง มีไหม ร้ายแรงหรือเปล่า?

ฉีดแฟตเหนียง ผลข้างเคียง มีไหม? เป็นคำถามส่วนใหญ่คนไข้ส่วนใหญ่ต้องเกิดความสงสัยกันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ ยิ่งหากคนไข้ท่านใดที่ไม่เคยผ่านการฉีด เมโสแฟต มาก่อน ยิ่งต้องสงสัยกันอย่างมากทีเดียว การฉีดเมโสแฟต คือ หัตถการอย่างหนึ่ง สลายไขมันส่วนที่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย และช่วยปรับเปลี่ยนรูปร่างหรือรูปหน้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้ดูดีขึ้นและดูสมดุลขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งการฉีดเจ้า เมโสแฟต เช่นนี้ จะมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง คนไข้สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้ เพื่อสามารถนำไปเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้ค่ะ

ฉีดแฟตเหนียง ผลข้างเคียง มีไหม ร้ายแรงหรือเปล่า?

ฉีดแฟตเหนียง ผลข้างเคียง มีไหม อันตรายแค่ไหน ใครไม่เหมาะกับวิธีนี้บ้าง?

ในการฉีดแฟตแก้ม นั้น ทั้งข้อห้ามต่างๆ ก่อนทำ และ ข้อห้ามหลังฉีดเมโสแฟตแก้ม ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล เนื่องจากกลัวว่าทำไปแล้วจะไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หรือหลังฉีดแฟตแก้มจะมีอาการบวม ช้ำ นานหลายวัน กระทบต่อการใช้ชีวิตหรือการทำงาน แต่แท้จริงๆ แล้วการฉีดแฟตแก้ม หรือ การฉีดเมโสแฟต ( Meso Fat ) ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก จัดอยู่ในการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงน้อยมาก ไม่มีรอยช้ำ หรืออาการข้างเคียงที่อันตราย และมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดค่ะ

เมโสแฟตคืออะไร?

เมโสแฟต คือวิธีการสลายไขมันส่วนที่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย และช่วยปรับเปลี่ยนรูปร่างให้ดียิ่งขึ้น เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาแบบเมโสเทอราพี ที่ทำโดยการนำสารประกอบหรือยาบางชนิดฉีดเข้าไปในร่างกายปริมาณเล็กน้อย ได้รับการพัฒนาขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1952 ในช่วงเริ่มแรก การทำเมโสเทอราพีมีจุดประสงค์เพื่อใช้รักษาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและระบบน้ำเหลือง จากนั้นมีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเมโสเทอราพีอาจถูกนำมาใช้ทั้งในด้านการรักษาอาการเจ็บป่วย และเสริมความงาม เช่น รักษาภาวะผมร่วง อาการปวดเรื้อรัง โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ โรคสะเก็ดเงิน ภาวะประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ (Carpal Tunnel Syndrome) โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) แต่ที่มักพบได้บ่อยมากที่สุดคือการนำวิธีเมโสเทอราพีมาใช้ลดน้ำหนัก สลายเซลล์ลูไลท์และไขมันส่วนเกิน ปรับเปลี่ยนรูปร่าง ลดริ้วรอยบนใบหน้า หรือกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์

เมโสแฟต มีกระบวนการรักษาอย่างไร ?

ก่อนทำเมโสแฟต ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำเมโสแฟต ทั้งในเรื่องของวิธีการทำ ประโยชน์ และความเสี่ยงที่อาจได้รับ รวมทั้งผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดสารเข้าไปใต้ผิวหนัง

เมื่อเข้าสู่กระบวนการ แพทย์ผู้รักษาจะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารที่ใช้ในการรักษาเข้าไปใต้ผิวหนัง โดยสารที่นำมาใช้มีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการรักษา สารที่ใช้ในการสลายไขมันส่วนเกินหรือเซลล์ลูไลท์ ได้แก่ กรดดีออกซีโคลิค (Deoxycholic acid) เลซิติน (Lecithin) และ ไอโซโปรเทรีนอล (Isoproterenol) นอกจากนี้ อาจมีการเติมสารอื่นๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น สารสกัดจากพืช วิตามิน เอ็นไซม์ สารอาหาร ฮอร์โมนหรือยาบางชนิดเข้าไปในปริมาณเล็กน้อยอีกด้วย โดยสารดังกล่าวจะเข้าไปทำให้ไขมันส่วนเกินตามบริเวณที่ฉีดสารเข้าไปค่อยๆ สลายตัวและถูกกำจัดออกจากร่างกาย ทั้งนี้ การรักษามักจะต้องทำซ้ำ 3-15 ครั้งและทุกครั้งทำห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์

ข้อดีของเมโสแฟต

เมโสแฟตเป็นวิธีการรักษาที่ยังไม่มีผลรับรองทางการแพทย์ แต่มีความเชื่อว่าอาจสามารถช่วยแก้ปัญหาเซลล์ลูไลท์ ไขมันส่วนเกิน และช่วยลดน้ำหนักได้ อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่สามารถใช้ได้กับคนที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาในการลดสัดส่วนด้วยตัวเอง เพราะเมื่อแพทย์ฉีดกรดดีออกซีโคลิคเข้าไปใต้ผิวหนังชั้นเมโสเดิร์มแล้ว ก็จะไปทำปฏิกิริยากับไขมันหรือเซลล์ลูไลท์บริเวณนั้นทำให้ไขมันค่อยๆ ละลาย และถูกกำจัดออกตามกลไกของร่างกาย

   

การรักษาด้วยเมโสแฟตให้ผลอย่างไร ?

การรักษาเมโสแฟตยังไม่มีการยืนยันว่าผลที่ได้จะมีประสิทธิภาพมากเพียงใด แต่พบว่าผู้ป่วยบางรายอาจเห็นผลได้ตั้งแต่หลังเข้ารับการรักษาครั้งแรก แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ทำเมโสแฟตจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังจากการรักษาประมาณครั้งที่ 4 โดยจำนวนครั้งของการรักษาที่ทำให้เห็นผลชัดจะอยู่ที่ 5-10 ครั้ง และในการรักษาแต่ละครั้งจะถูกฉีดสารประมาณ 50-150 เข็ม

เมโสแฟตที่อันตราย ห้ามฉีดเด็ดขาด

เมโสแฟตสูตรที่อันตรายมี 2 ชนิด ได้แก่

สเตียรอยด์ (Steroid)

ปกติแพทย์ผิวหนังจะใช้ในการฉีดสิว ฉีดคีลอยด์ ใช้ในปริมาณที่น้อยจะปลอดภัย แต่ถูกนำมาใช้ผิดวิธี มักผสมสเตียรอยด์ปริมาณมากในเมโสแฟตที่ไม่ผ่าน อย. เพราะต้นทุนต่ำ เห็นผลไว แต่ เมื่อฉีดหลายๆ ครั้งจะทำให้หน้าบวมกว่าเดิม และเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อง่ายขึ้น เนื่องจากกดภูมิคุ้มกันของร่ายกาย สเตียรอยด์ที่ผสมในเมโสแฟตจะมีทั้งแบบสีขาวขุ่นและขาวใส ทางที่ดีควรขอดูยี่ห้อเมโสแฟต ก่อนฉีดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase)

ปกติไฮยาลูโรนิเดส นำมาใช้ในการฉีดสลายฟิลเลอร์ได้อย่างปลอดภัย แต่บางคลินิกนำมาใช้ผิดวิธี โดยการฉีดปริมาณมากๆ ทำให้คอลลาเจนในผิวถูกย่อยสลายออกไป ทำให้เนื้อยุบลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่นิยมเนื่องจาก ต้นทุนต่ำ และเห็นผลไว เมื่อฉีดหลายๆ ครั้ง จะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และผิวหย่อนลงเนื่องจากคอลลาเจนเสื่อมลง

ฉีดแฟตเหนียง ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ?

ทั้งนี้การทำเมโสแฟตยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นบริเวณที่ฉีดสารเข้าไปได้อีกด้วย โดยอาจก่อให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • เกิดอาการแพ้บริเวณที่ฉีดสารเข้าผิวหนัง
  • เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • ผิวหนังบริเวณที่ฉีดสารมีสีเปลี่ยนแปลงไป
  • เกิดรอยฟกช้ำบริเวณที่ฉีดสาร
  • เกิดแผล หรือแผลเป็นบริเวณที่ฉีดสารเข้าไป
  • โรคชั้นไขมันอักเสบ (Panniculitis)

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย คนไข้จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเปิดเผยข้อมูลสุขภาพที่อาจส่งผลกับการทำเมโสแฟต เพื่อป้องกันผลข้างเคียงซึ่งอาจเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง

“เมโสแฟต” ไม่เหมาะกับใคร?

เมโสแฟต เป็นวิธีการเสริมความงามที่อาจไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด มีภาวะลิ่มเลือด หรือมีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ นอกจากนี้ สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงก็ควรหลีกเลี่ยงการทำเมโสแฟตเพื่อความปลอดภัย

ท้ายที่สุด สำหรับคนไข้ที่ลังเลว่าจะฉีดเมโสแฟตดีไหม เมโสแฟตปลอดภัยไหม ฉีดเมโสแฟต อันตรายไหม ควรเลือกฉีดเมโสแฟตที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้อง และฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และขอดูยี่ห้อเมโสแฟตก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อจะได้มั่นใจว่าส่วนผสมไม่มีอันตราย และสามารถตรวจสอบแหล่งผลิต บริษัทผู้นำเข้าได้ชัดเจน แค่นี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าเมโสแฟตที่เราฉีดนั่นปลอดภัยแน่นอนค่ะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผลข้างเคียงจากฟิลเลอร์มีอะไรบ้าง? ใครอยากฉีดก็ต้องรู้

อยากฉีดฟิลเลอร์ ต้องทำยังไง การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีดฟิลเลอร์

ยกกระชับหน้าด้วยฟิลเลอร์ สวยทันที ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด

นัดหมาย หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

Line : @debeauclinic
☎️ : 097 426-6956 หรือ 097 429-5645

ฉีดฟิลเลอร์ หมอโบ เดอโบคลินิก (De Beau Clinic) ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์แท้

หมอโบ หรือ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การดูแลคนไข้ด้านความงามมากกว่ากว่า 15 ปี ศึกษาจบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็กลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และเมื่อสะสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 9 ปี ก็มาเปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” (de beau clinic) ซึ่งหมอโบเองก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีคนไข้แวะเวียนเข้ามา รีวิวบอกกันปากต่อปากถึงความละเอียดของหมอโบว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!”

สำหรับฟิลเลอร์ที่หมอใช้ก็เป็นฟิลเลอร์จากยุโรปแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยเท่านั้น รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองที่ #ยืนหนึ่ง ในวงการฟิลเลอร์ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า จะ “สวยมากเสี่ยงน้อย” หากใครมีปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรืออยากปรับรูปหน้าสามารถปรึกษาหมอโบได้นะคะ หมอยินดีดูแลเองทุกเคสค่ะ