โบท็อกลดริ้วรอยได้นานแค่ไหน เลือกฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย

แม้ว่าหลายคนโบท็อกช่วยลดริ้วรอยได้จริง แต่ก็อาจมีคำถามว่าโบท็อกลดริ้วรอยได้นานแค่ไหน ฉีดแล้วต้องกลับไปฉีดอีกรอบหรือไม่ แล้วถ้าต้องกลับไป จะต้องทิ้งช่วงนานแค่ไหน และที่สำคัญมีวิธีเลือกฉีดอย่างไรให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนานที่สุดและปลอดภัยต่อร่างกายอีกด้วย วันนี้หมอโบจะมาชวนคุยในเรื่องนี้กันค่ะ

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย

โบท็อกลดริ้วรอยได้จริงไหม?

จริงค่ะ เพราะโบท็อก (Botulinum Toxin) เป็นสารสกัดแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ในรูปโปรตีน ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกฉีดเกิดภาวะอ่อนแรงและหดตัวไม่ได้ ส่งผลให้ริ้วรอยลดลง ผิวดูกระชับมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดขนาดกราม ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น ช่วยรัดแกนจมูกให้คมขึ้น ปีกจมูกดูลดลง ลดริ้วรอยหน้าผากและคอ ลดตีนกา ลดกล้ามแขนและน่อง กระชับรูขุมขน อีกทั้งลดเหงื่อบริเวณใต้วงแขน ฝ่ามือ และฝ่าเท้า และที่สำคัญโบท็อกยังช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนและบำบัดออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ได้อีกด้วยค่ะ

โบท็อกลดริ้วรอยได้นานแค่ไหน?

สำหรับอายุการใช้งานของโบท็อกจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกและการดูแลตัวเองของคนไข้ค่ะ

ฉีดโบท็อกได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่

คนไข้สามารถฉีดโบท็อกได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปนะคะ หรือเริ่มฉีดตั้งแต่พบริ้วรอยบนใบหน้าได้เลยค่ะ เนื่องจากร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลงเมื่อเข้าสู่อายุ 20 ปีขึ้นไป และจะผลิตน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ริ้วรอยตามวัยปรากฎเห็นได้ชัดขึ้นนั่นเองค่ะ

ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล?

โดยทั่วไปแล้วโบท็อกลดริ้วรอยจะเริ่มเห็นผลภายใน 2 – 3 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังจากฉีดไปแล้ว 2 สัปดาห์ค่ะ แต่หากฉีดมาครบ 2 สัปดาห์แล้วยังไม่เห็นผล อาจเกิดจากการดูแลตัวเองของคนไข้ที่ไม่มากพอ บางครั้งอาจเผลอสัมผัสกับบริเวณที่ฉีดโดยไม่รู้ตัว เช่น เผลอถูหน้าแรง ๆ ขณะล้างหน้า หรือนอนคว่ำหน้า ก็อาจทำให้ผลลัพธ์หลังการฉีดไม่ตรงตามแผนการรักษาได้ด้วยนะคะ และหากคนไข้ต้องการคงผลลัพธ์เอาไว้ให้นานที่สุด หมอโบขอแนะนำให้มาฉีดโบท็อกเป็นประจำ อย่างต่ำควรเว้นประมาณ 3 เดือน และห้ามเกิน 5 – 6 เดือนค่ะ เพราะถ้าหากฉีดถี่ไป แต่หากทิ้งช่วงฉีดนานไปก็อาจทำให้กล้ามเนื้อกลับมาเป็นสภาพเดิมเหมือนช่วงก่อนฉีดได้ค่ะ ส่งผลให้ต้องใช้ยูนิตที่เยอะขึ้นในครั้งต่อไปอีกด้วยนะคะ

มีผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกลดริ้วรอยไหม?

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโบท็อก ได้แก่ คิ้วตก หนังตาตก มุมปากตกชั่วคราว อาการเจ็บ ๆ คัน ๆ หรือมีรอยฟกช้ำบริเวณที่ฉีด คนไข้บางรายอาจรู้สึกปวดศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ เข้าที่และหายไปเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่หากพบว่ามีความผิดบริเวณที่ฉีด เช่น ปวดบวม โบท็อกไหล ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไปค่ะ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโบท็อกปลอมด้วยนะคะ หากคนไข้ฉีดโบท็อกปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานจากหมอกระเป๋าที่ฉีดให้ในราคาถูกกว่าคลินิกเสริมความงามทั่วไป ก็อาจเสี่ยงต่อปัญหาตามมา เช่น เชื้อแล้วไม่เห็นผล ฉีดแล้วติดเชื้อจากการปนเปื้อนของสิ่งอันตรายที่อยู่ในโบท็อกปลอม หรือมีสิ่งแปลกปลอมตกค้างและไม่สลายออกจากร่างกาย จนคนไข้ต้องเสียเงินเสียเวลามานั่งรักษาตัวอีกรอบได้ด้วยเช่นกันค่ะ

โบท็อกไม่เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่ฉีด
  • ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบในโบท็อก
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงระหว่างให้นมบุตร

ดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกอย่างไรดี?

  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันทีหลังการรักษา และขยับไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อให้โบท็อกระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อมากขึ้น
  • รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) อย่างเช่น ตับ ไข่แดง หอยนางรม ในปริมาณ 50 mg ทุกวันหลังการฉีดโบท็อก เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้นและยาวนานยิ่งขึ้น
  • งดรับประทานอาหารที่มีรสจัด เช่น เผ็ดจัด หวานจัด รวมถึงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบและอาหารหมักดอง
  • ห้ามนอนราบหลังฉีดเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ใบหน้าลงต่ำกว่าระดับหัวใจ ซึ่งจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่บริเวณที่ฉีดมากขึ้น ส่งผลให้โบท็อกกระจายตัวไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • ห้ามนอนคว่ำหน้า เพื่อป้องกันใบหน้าถูกกดทับและส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อก อาจกระจายไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ต้องการ
  • งดกิจกรรมที่เสี่ยงทำให้ใบหน้าสัมผัสกับความร้อนโดยตรงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เช่น อบซาวน่า ทานหมูกระทะ อาบน้ำหรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงใบหน้ามากขึ้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายหักโหม ก้มหัวลงต่ำ
  • หากมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด แนะนำให้รับประทานยาบรรเทาอาการตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรประคบเย็นเพราะอาจขัดขวางการดูดซึมของโบท็อก
  • หากผลข้างเคียงจากการรักษายังไม่ทุเลา มีอาการปวดบวมหนัก หรือโบท็อกไหลไปยังบริเวณอื่น ให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อรักษาอาการ

เลือกฉีดอย่างไรให้ดีต่อร่างกาย

โบท็อกลดริ้วรอย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ หมอโบ เดอโบคลินิก (De Beau Clinic) ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์แท้

หมอโบ หรือ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การดูแลคนไข้ด้านความงามมากกว่า 15 ปี ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็กลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และเมื่อสะสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 9 ปี ก็มาเปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” (de beau clinic) ซึ่งหมอโบเองก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีคนไข้แวะเวียนเข้ามา รีวิวบอกกันปากต่อปากถึงความละเอียดของหมอโบว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!”

สำหรับฟิลเลอร์ที่หมอใช้ก็เป็นฟิลเลอร์จากยุโรปแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยเท่านั้น รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองที่ #ยืนหนึ่ง ในวงการฟิลเลอร์ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า จะ “สวยมากเสี่ยงน้อย” หากใครมีปัญหาอยากปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรืออยากปรับรูปหน้าสามารถปรึกษาหมอโบได้นะคะ หมอยินดีดูแลเองทุกเคสค่ะ

นัดหมาย หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

Line : @debeauclinic
☎️ : 097 426-6956 หรือ 097 429-5645

บทความที่น่าสนใจ