แก้มห้อย ร่องน้ำหมาก อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือการดูแลผิวพรรณไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน กลายเป็น Skin Issue ที่ต้องการการดูแลและแก้ไขอย่างตรงจุด เพื่อลดผลกระทบทั้งด้านอารมณ์และความมั่นใจ โชคดีที่ปัจจุบันมีวิธีการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ ‘ฟิลเลอร์ร่องแก้ม‘ ซึ่งเป็นเทคนิคที่สามารถช่วยคืนความเรียบเนียนและความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าได้อย่างตรงจุด มาทำความรู้จักเกี่ยวกับวิธีนี้เพิ่มเติมกันค่ะ

“แก้มห้อย ร่องน้ำหมาก” ปัญหาริ้วรอย ร่องลึกที่ต้องแก้อย่างเร่งด่วนหากไม่อยากดูแก่กว่าวัย
“ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์” เป็นเสน่ห์ที่ทุกคนอยากมี เพราะนอกจากจะช่วยเสริมความมั่นใจแล้ว ยังสะท้อนถึงสุขภาพผิวที่ดีและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ริ้วรอยและร่องลึก เช่น แก้มห้อยหรือร่องน้ำหมาก อาจเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังอาจทำให้เรารู้สึกกังวลหรือไม่มั่นใจในตัวเอง โชคดีที่ทุกวันนี้มีวิธีการดูแลและแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในบทความนี้หมอโบได้นำแนวทางที่จะช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และเติมเต็มความมั่นใจของสาว ๆ กลับมาอีกครั้งมาฝาก ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร มาติดตามไปพร้อม ๆ กันค่ะ
แก้มห้อยทำให้เกิดร่องน้ำหมากได้อย่างไร?
แก้มห้อย (หรือแก้มหย่อนคล้อย) เป็นภาวะที่เกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังในบริเวณแก้มเมื่ออายุมากขึ้น หรือจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น แรงโน้มถ่วง การสูญเสียไขมันใต้ผิว หรือการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสติน
การเกิดร่องน้ำหมากจากแก้มห้อย…
แรงดึงจากเนื้อเยื่อหย่อนคล้อย
เมื่อแก้มหย่อนคล้อย เนื้อเยื่อไขมันและผิวหนังที่เคยอยู่ในตำแหน่งเดิมจะเคลื่อนตัวลงไปทางด้านล่าง ทำให้เกิดแรงดึงในบริเวณมุมปากและร่องข้างปาก
แรงกดจากเนื้อเยื่อสะสม
เนื้อเยื่อไขมันที่สะสมในแก้มส่วนล่างจะถ่วงน้ำหนักลง ส่งผลให้มุมปากดูตกลง และเพิ่มการกดทับที่บริเวณร่องข้างปาก (nasolabial fold) ทำให้ร่องน้ำหมากชัดเจนยิ่งขึ้น
การสูญเสียโครงสร้างรองรับ
กล้ามเนื้อและกระดูกที่รองรับโครงสร้างใบหน้าเสื่อมสภาพหรือฝ่อลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ไม่มีแรงยึดเหนี่ยวเพียงพอสำหรับผิวหนังและไขมันในแก้ม ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยชัดเจน และร่องน้ำหมากลึกขึ้น
ผลจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ
การแสดงสีหน้าบ่อย ๆ เช่น ยิ้มหรือพูด ทำให้เกิดการพับและยืดผิวบริเวณร่องข้างปากซ้ำ ๆ เมื่อแก้มหย่อนคล้อย ร่องเหล่านี้จะคงรูปและดูลึกขึ้น
อย่างไรก็ดี แม้ว่าแก้มห้อยและร่องน้ำหมากจะเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อเวลาผ่านไป แต่ความเข้าใจถึงสาเหตุและกลไกที่เกิดขึ้นสามารถช่วยให้เราเลือกวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมและตรงจุดได้มากขึ้น การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เพียงช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า แต่ยังช่วยรักษาความมั่นใจและความอ่อนเยาว์ไว้ได้อีกด้วย อย่าลืมว่าการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความงามหรือแพทย์เฉพาะทางเป็นขั้นตอนสำคัญในการค้นหาวิธีที่ตอบโจทย์และปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคนนะคะ
ปัญหาร่องน้ำหมาก แก้มย้อย ส่งผลต่อใบหน้าของเราอย่างไรบ้าง?
ปัญหาร่องน้ำหมากที่เกิดจากแก้มห้อยส่งผลต่อใบหน้าหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะในแง่ของความสวยงามและความอ่อนเยาว์ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ค่ะ…
- ทำให้ใบหน้าดูมีอายุและเหนื่อยล้า ร่องน้ำหมากที่ลึกขึ้นทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจริง ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเรามีสุขภาพไม่ดีหรือกำลังเครียด
- เปลี่ยนโครงหน้าให้ดูหย่อนคล้อย แก้มห้อยทำให้กรอบหน้าไม่ชัดเจน ส่งผลให้ใบหน้าส่วนล่างดูหนักและขาดสมดุลระหว่างส่วนบนและล่าง ทำให้ใบหน้าดูไม่กระชับและสมมาตร
- มุมปากตกและลักษณะดูเศร้าหมอง การหย่อนคล้อยของแก้มทำให้มุมปากตก ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูเศร้าหรือไม่เป็นมิตร แม้ในขณะพักหน้าหรือไม่ได้แสดงอารมณ์
- ลดความมั่นใจในตัวเอง ร่องน้ำหมากและแก้มห้อยอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจเวลาแต่งหน้า ถ่ายรูป หรือพบปะผู้คน เนื่องจากรูปลักษณ์ใบหน้าที่เปลี่ยนไป
- ส่งผลต่อการแต่งหน้า เพราะร่องน้ำหมากลึกอาจทำให้รองพื้นหรือเครื่องสำอางเข้าไปสะสมในร่องลึก ส่งผลให้แต่งหน้าไม่เรียบเนียนและเน้นปัญหาชัดเจนขึ้น
ซึ่งหากใครที่ต้องการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหาและเลือกวิธีการที่เหมาะสมค่ะ
ทำความรู้จัก “ฟิลเลอร์ร่องแก้ม” วิธีแก้แบบได้ผลจริง!
สำหรับใครที่ไม่อยากให้ริ้วรอยบริเวณแก้มเกิดขึ้นมาเร็ว สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ การทาครีมบำรุงเป็นประจำ (ถึงแม้ว่า สาว ๆ หลายคนจะรู้สึกขี้เกียจที่ต้องลุกขึ้นมาทาครีมบำรุง แต่เชื่อหมอโบเถอะค่ะ ว่ามันดีกับผิวเราจริง ๆ ) อย่าลืมทากันแดดด้วยนะคะ อันนี้สำคัญมากลืมไม่ได้เด็ดขาด การทาครีมกันแดดนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องทาเฉพาะตอนที่ต้องออกไปเจอแดดนอกบ้านเท่านั้นนะคะ เพราะรังสี UV นั้นไม่ได้มีเฉพาะที่แดดค่ะ แต่มีแฝงอยู่ในทุก ๆ ที่ เช่น ในที่ร่ม ในอาคาร แสงจอคอม แสงจากโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากค่ะ
นอกจากนี้ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ทานอาหารหวาน และอาหารสำเร็จรูปมากเกินไป อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตรด้วย เพราะน้ำจะช่วยเติมให้ผิวมีความชุ่มชื้น ช่วยให้คอลลาเจนในผิวหนังมีความยืดหยุ่น ไม่แก่ก่อนวัยค่ะ ซึ่งวิธีที่กล่าวมานี้จะเห็นผลมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ในวัย 20 – 25 ปี แต่สำหรับสาวใหญ่ที่มีอายุ 30 – 35 ปี วิธีนี้อาจจะได้ผลไม่มาก เนื่องจากช่วงอายุที่มากกว่า และปริมาณการผลิตคอลลาเจนในร่างกายมีการผลิตน้อยลงสู้สาว ๆ ไม่ได้ ดังนั้นหากต้องการให้ใบหน้าสวยเนียน เด้งเป๊ะ อาจจะต้องใช้ตัวช่วยดี ๆ อย่าง “ฟิลเลอร์” เข้าช่วยเหลือค่ะ
ฟิลเลอร์คืออะไร?
ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่มีส่วนประกอบที่สำคัญจากสารไฮยาลูโรนิคแอซิด (hyaluronic acid) มีหน้าที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยส่วนต่าง ๆ ได้ทั้งริ้วรอยลึกและตื้นให้ดูดี ผิวเรียบเนียน มีความเด้งดึ่ง เต่งตึง ฉ่ำน้ำ ทำให้ในปัจจุบันนิยมใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ปัญหาให้หลากหลายพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็น รอยย่น ริ้วรอยรอบดวงตา รอยหมองคล้ำใต้ตา เพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก ปรับโครงหน้า เสริมคาง เติมขมับ แถมยังปลอดภัย 100% เพราะสารไฮยาลูโรนิคแอซิดสามารถสลายตัวได้ภายใน 6 เดือน – 2 ปี (แล้วแต่ปริมาณที่ฉีดและการดูแลตัวเองของคนไข้) ทำให้มั่นใจว่าไม่มีสารตกค้างหลงเหลืออยู่ในร่างกายแน่นอนค่ะ
อยากฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ต้องฉีดอย่างไร?
สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยลึกตรงร่องแก้ม จะต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และวิเคราะห์โครงหน้าก่อนว่าต้องใช้การฉีดแบบใด เพราะใบหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปแล้วการฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มจะใช้วิธีการฉีด 2 แบบ ด้วยกัน คือ
- ฉีดหนุนที่บริเวณกระดูกร่องแก้ม : วิธีนี้แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อเสริมให้ร่องแก้มที่ลึกดูตื้นขึ้น หรือในบางรายที่มีเนื้อใต้ตาเยอะ กระดูกร่องแก้มเสื่อมสภาพลง ตัวฟิลเลอร์ก็จะเข้าไปหนุนร่องลึกตรงจุดนี้ แล้วดึงผิวหนังให้ตึงขึ้น ร่องแก้มที่ลึกก็จะตื้นขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด
- ฉีดที่ร่องแก้มโดยตรง : สำหรับวิธีนี้จะเป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะจุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มเกิดริ้วรอย รอยย่น หรือรอยพับของผิวหนังบนใบหน้า ซึ่งการฉีดด้วยวิธีนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วิเคราะห์ และกำหนดบริเวณที่ต้องฉีด เพื่อให้ได้ผลแม่นยำ และแก้ปัญหาร่องลึกได้ตรงจุดที่สุด
ซึ่งนี่เป็นเพียงขั้นตอนของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ ซึ่งแต่ละสถานที่ให้บริการอาจมีมากหรือน้อยกว่านี้ตามมาตรฐานของแต่ละที่ค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีผลข้างเคียงหรือไม่?
ในการฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละครั้งจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกาย หากใช้ผลิตภัณฑ์ของฟิลเลอร์แท้ที่มีคุณภาพและตามมาตรฐาน อย. ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบสารที่ร่างกายผลิตออกมาอยู่แล้ว ทำให้ไม่เป็นผลเสียต่อร่างกายและยังสามารถสลายตัวไปเองได้ภายใน 1-2 ปี (แล้วแต่บุคคล) แต่สำหรับผู้ที่ฉีดแล้วพบว่าเกิดอาการบวม หรือคลำเจอก้อนหลังฉีดก็ไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ เพราะอาการบวมนั้นสามารถยุบได้เอง และจะกลับมาเนียนเรียบแบบเดิมในที่สุด
วิธีดูแลตัวเอง “ก่อน”ทำการฉีดฟิลเลอร์
- ควรงดทานยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ และหากมีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาจำพวกนี้ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนหยุดทานนะคะ
- งดการทานวิตามินบางชนิด เช่น St. Johns Wort, ginko biloba,Vitamin E เวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำ
- หยุดการแว็กซ์ผิว ผลัดผิว หรือการดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนมาทำ
- ห้ามนวดหน้าหรือเลเซอร์ต่างๆ อย่างน้อย 3 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ
- ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น ซาวน่า การออกกำลังกายแบบ Cardio
ดูแลตัวเอง “หลัง” ทำการฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด เช่น การจับ การแตะ การเกา การกด โดยเฉพาะจุดที่มีรอยช้ำ เพราะอาการดังกล่าวจะหายไปเองภายใน 7 วัน หากไม่ดีขึ้นต้องกลับมาพบแพทย์ค่ะ
- อยู่ให้ห่างกับความร้อนทุกชนิด อย่างน้อย 48 ชม.หลังทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
- งดการดื่มแอลกอฮอล์ 7 วัน
- งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง อาหารแสลงหรืออาหารดิบ เช่น ปูเค็ม ปลาร้า แหนม ปลาดิบ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดนวดหน้า ทรีทเมนท์ และเลเซอร์ผิวหน้า อย่างน้อย 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นการเสริมความงามเฉพาะทาง ดังนั้น ผู้ที่ต้องการฉีดควรเลือกสถานพยาบาล หรือคลีนิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญ และชำนาญการด้านผิวหนังโดยเฉพาะ สิ่งที่ต้องตรวจอย่างละเอียดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดว่าได้มาตรฐานและเป็นของแท้หรือไม่ ควรสอบถามหรือตรวจสอบด้วยตนเองทุกครั้ง เพราะการใช้ฟิลเลอร์แท้ รวมถึงแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจะไม่เกิดความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงตัวผู้ฉีดเองก็จะมั่นใจได้ว่าใบหน้าของเราจะสวยงาม ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยตามที่ต้องการด้วย
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ทำไมต้อง De Beau Clinic

หมอโบ หรือ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การดูแลคนไข้ด้านความงามมากกว่า 15 ปี ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็กลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และเมื่อสะสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 9 ปี ก็มาเปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” (de beau clinic) ซึ่งหมอโบเองก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีคนไข้แวะเวียนเข้ามา รีวิวบอกกันปากต่อปากถึงความละเอียดของหมอโบว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!”
สำหรับฟิลเลอร์ที่หมอใช้ก็เป็นฟิลเลอร์จากยุโรปแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยเท่านั้น รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองที่ #ยืนหนึ่ง ในวงการฟิลเลอร์ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า จะ “สวยมากเสี่ยงน้อย” หากใครมีปัญหาอยากปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรืออยากปรับรูปหน้าสามารถปรึกษาหมอโบได้นะคะ หมอยินดีดูแลเองทุกเคสค่ะ
นัดหมาย หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
บทความที่น่าสนใจ
- ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเป็นตุ่มใสๆ อันตรายมั้ย ดูแลตัวเองอย่างไรดี
- ฉีดฟิลเลอร์ หน้าเด็กจริงไหม ดูแลหลังฉีดอย่างไร หมอโบมีคำตอบ
- เติมเต็มริ้วรอยด้วยฟิลเลอร์ ดีจริงไหม ใครอยากรู้ต้องอ่าน!!
