sculptra vs radiesse เลือกตัวไหนดี? เชื่อได้ว่าเป็นคำถามที่สาว ๆ หลาย ๆ คนกำลังสงสัยและต้องการคำตอบกันอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งต้องบอกก่อนค่ะว่า เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคที่การดูแลผิวพรรณเพื่อคงความอ่อนเยาว์เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ ผลิตภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูและลดเลือนริ้วรอยอย่าง Sculptra และ Radiesse จึงกลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในวงการความงาม แต่ละตัวมีจุดเด่นและประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไป บทความนี้จาก De Beau Clinic จะพาสาว ๆ มาทำความรู้จักและเปรียบเทียบข้อดีของแต่ละตัว เพื่อให้ทุกคนเลือกสรรสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการของตนเอง ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง หมอโบมีคำตอบมาให้ค่ะ

sculptra vs radiesse แตกต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้เหมาะกับตนเอง มาดูกัน!!
ในยุคที่ความงามและเทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างรวดเร็ว การเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อเติมเต็มและฟื้นฟูใบหน้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างละเอียด โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความเต่งตึงให้ผิวหน้า Sculptra และ Radiesse เป็นสองนวัตกรรมเด่นที่ได้รับความนิยมสูง แต่ละตัวมีคุณสมบัติเด่นและกลไกการทำงานที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้หมอโบจะพาทุกคนได้ลองศึกษาและเปรียบเทียบทั้งสองผลิตภัณฑ์อย่างเจาะลึก เพื่อค้นหาว่าแบบไหนเหมาะกับความต้องการของแต่ละคนมากที่สุดค่ะ
ทำความรู้จักกันก่อน Sculptra และ Radiesse คืออะไร?
Sculptra และ Radiesse เป็นสารเติมเต็มที่ใช้ในวงการเสริมความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัยเพื่อช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังนี้ค่ะ…
Sculptra คือ…
เป็นสารเติมเต็มประเภทหนึ่งที่มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-lactic Acid (PLLA) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ผลลัพธ์ของ Sculptra จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในระยะเวลาหลายเดือนหลังจากการฉีด และมีผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า 2 ปีในบางกรณี
Radiesse คือ…
เป็นสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งนอกจากจะช่วยเติมเต็มริ้วรอยและยกกระชับผิวแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวด้วย Radiesse จะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความยาวนาน โดยมักใช้ในการเสริมโครงหน้า เช่น บริเวณขากรรไกร คาง และมือ
ทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า กระตุ้นคอลลาเจน และเพิ่มความกระชับของผิว โดยการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นค่ะ
เทียบให้ชัด! Sculptra และ Radiesse แตกต่าง
การทำงานของ Sculptra และ Radiesse ในการลดริ้วรอยมีความแตกต่างกันในแง่ของกระบวนการทำงานและลักษณะผลลัพธ์ที่ได้ ดังนี้ค่ะ:
Sculptra
Sculptra เหมาะสำหรับ…
- ผู้ที่ต้องการปรับปรุงและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวโดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
- ผู้ที่มีริ้วรอยลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือผิวที่เริ่มสูญเสียปริมาตรโดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ หรือแนวกราม
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและค่อยๆ ปรากฏชัดเจนในระยะเวลาหลายเดือน
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหน้าโดยไม่ต้องเติมเต็มมากเกินไปในครั้งเดียว และต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน (โดยทั่วไปประมาณ 2 ปี)
- ผู้ที่สามารถยอมรับการรอผลลัพธ์หลังการฉีดได้ เนื่องจาก Sculptra ใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่
หลักการทำงาน
Sculptra เป็นสารเติมเต็มประเภท Poly-L-lactic Acid (PLLA) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวเมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย โดย PLLA จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวดูเต่งตึงและกระชับมากขึ้น
ผลลัพธ์
เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนจะค่อยๆ เกิดขึ้น ผลลัพธ์จากการฉีด Sculptra จะค่อยๆ ปรากฏและชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 2-3 เดือนหลังจากการฉีด และสามารถคงอยู่ได้ยาวนานกว่า 2 ปีในบางกรณี การทำงานแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปรับสภาพผิวที่ดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว
Radiesse
Radiesse เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การเติมเต็มและยกกระชับผิวในทันทีหลังจากการฉีด
- ผู้ที่มีริ้วรอยลึกหรือปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยเฉพาะในบริเวณแก้ม แนวกราม หรือขอบกรามล่าง และบริเวณมือที่ต้องการเสริมความอิ่มฟู
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มเติมในขณะที่ยังคงได้รับประโยชน์จากการเติมเต็มอย่างรวดเร็ว
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและสามารถยอมรับการดูแลรักษาต่อเนื่องทุก 12-18 เดือน เพื่อรักษาสภาพผิว
หลักการทำงาน
Radiesse ประกอบด้วยสารเติมเต็มประเภท Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ที่มีโครงสร้างคล้ายแร่ธาตุในกระดูก เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว Radiesse จะช่วยเติมเต็มและยกกระชับในทันทีในขณะที่เม็ดแคลเซียมจะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา จึงได้ผลลัพธ์ทั้งในด้านการเติมเต็มริ้วรอยและการกระตุ้นผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้น
ผลลัพธ์
ผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse จะเห็นได้ชัดเจนในทันทีหลังการฉีด และยังมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวด้วย ทำให้ผิวดูแน่นและมีความยืดหยุ่นยาวนานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล
สรุปความแตกต่างระหว่าง Sculptra และ Radiesse
- Sculptra มุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว
- Radiesse ให้ผลลัพธ์ที่เติมเต็มได้ทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเสริมในภายหลัง เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี การเลือกใช้ Sculptra หรือ Radiesse ควรพิจารณาจากความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น ความรวดเร็วในการเห็นผล ความยาวนานของผลลัพธ์ รวมถึงคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละตัวต่อโครงสร้างผิวและปัญหาเฉพาะของผู้รับบริการค่ะ
สรุปแล้ว Sculptra และ Radiesse เลือกตัวไหนดี?
การเลือกระหว่าง Sculptra และ Radiesse ขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายของคุณในการปรับปรุงผิว:
- สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว เช่น การเติมเต็มริ้วรอยลึกหรือเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวโดยไม่ต้องการผลลัพธ์ทันที Sculptra คือตัวเลือกที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏและอยู่ได้นาน โดยเฉลี่ยประมาณ 2 ปี
- แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันที เช่น การเติมเต็มริ้วรอยและการยกกระชับผิวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา Radiesse คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 12-18 เดือน และให้ความเป็นธรรมชาติที่ชัดเจน
คำแนะนำ: การตัดสินใจเลือกใช้ Sculptra หรือ Radiesse ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดตามสภาพผิวและเป้าหมายการรักษาของคนไข้ค่ะ
ท้ายที่สุด จากข้อมูลทั้งหมดที่หมอโบได้นำมาฝาก ทุกคนจะเห็นได้แล้วว่า ทั้ง Sculptra และ Radiesse ต่างก็มีคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยและเสริมสร้างความกระชับของผิว การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล รวมถึงการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ De Beau Clinic ที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและดูอ่อนเยาว์ในแบบที่เป็นตนเองนะคะ
ฉีด Sculptra ที่ไหนดี ทำไมต้อง De Beau Clinic
เนื่องจากการฉีด Sculptra นั้น แพทย์ผู้ฉีดต้องมีความชำนาญด้านการฉีดฟิลเลอร์อย่างมาก เพราะการฉีด Sculptra จะต้องฉีดใต้ชั้นผิวหนังอย่างถูกต้องด้วยเทคนิคเฉพาะ และเป็นต้องใช้เข็ม Canula เฉพาะในการฉีดเท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฉีด Sculptra จึงควรเลือกคลินิกหรือสถานประกอบการพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานปลอดภัย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ และใช้ผลิตภัณฑ์แท้ผ่านอย.ที่สามารถตรวจสอบได้

หมอโบ หรือ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การดูแลคนไข้ด้านความงามมากกว่า 15 ปี ศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่ Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็กลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงามที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และเมื่อสะสมประสบการณ์มายาวนานกว่า 9 ปี ก็มาเปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” (de beau clinic) ซึ่งหมอโบเองก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีคนไข้แวะเวียนเข้ามา รีวิวบอกกันปากต่อปากถึงความละเอียดของหมอโบว่า “ละเอียด เนียน เป๊ะ!”
สำหรับฟิลเลอร์ที่หมอใช้ก็เป็นฟิลเลอร์จากยุโรปแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยเท่านั้น รวมถึงประสบการณ์ของหมอเองที่ #ยืนหนึ่ง ในวงการฟิลเลอร์และหัตถการต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่า จะ “สวยมากเสี่ยงน้อย” หากใครมีปัญหาอยากปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์หรืออยากปรับรูปหน้าสามารถปรึกษาหมอโบได้นะคะ หมอยินดีดูแลเองทุกเคสค่ะ
นัดหมาย หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
บทความที่น่าสนใจ
- ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน มีวิธีถนอมฟิลเลอร์อย่างไรบ้าง
- ฉีดฟิลเลอร์ หน้าเด็กจริงไหม ดูแลหลังฉีดอย่างไร หมอโบมีคำตอบ
- ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเป็นตุ่มใสๆ อันตรายมั้ย ดูแลตัวเองอย่างไรดี
